5 สูตรหมักเนื้อหมูนุ่ม 10 นาที เคล็ดลับละลายในปากทุกเมนู

5 สูตรหมักหมูนุ่มใน 10 นาที

หมักหมูได้ไม่ยาก 5 สูตรหมักเนื้อหมูนุ่ม เปลี่ยนจากเนื้อหมูธรรมดาให้กลายเป็นเนื้อหมูแสนอร่อยได้ง่าย ๆ ต้องลอง เชื่อว่าหนึ่งในวัตถุดิบที่นิยมของทุกบ้าน คงพลาด “เนื้อหมู” ไปไม่ได้ เพราะเป็นวัตถุดิบที่หาง่าย ทำได้ทุกเมนู ตั้งแต่มื้อธรรมดาจนถึงมื้อพิเศษ แต่บ่อยครั้งหลายคนเจอปัญหาเนื้อหมูแห้ง เหนียว และแข็งจนทำให้มื้ออาหารแสนพิเศษต้องจบลงด้วยมื้อที่ไม่อร่อยแทน แล้วจะทำยังไงให้จากเนื้อหมูธรรมดากลายเป็นหมูนุ่มสุดอร่อย วันนี้หมูอินเตอร์รวม 5 สูตรหมักเนื้อหมูนุ่ม หมักง่าย ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่อร่อย มาแนะนำสายชอบกินชาบู หมูกระทะ รับรองไม่ว่าเมนูไหนก็เอาอยู่ อยากให้เนื้อหมูนุ่ม ควรเลือกเนื้อส่วนไหน ให้เข้ากับ 5 สูตรหมักเนื้อหมูนุ่ม ก่อนจะไปถึงสูตรหมักหมูนุ่ม สิ่งสำคัญอันดับแรกคือ “การเลือกเนื้อหมูที่เหมาะสม” เพราะเนื้อแต่ละส่วนให้สัมผัสที่ต่างกัน ถ้าเลือกถูก รับรองว่าสูตรหมักจะได้ผลแน่นอน มาเลือกเนื้อหมูให้ได้เนื้อที่นุ่ม อร่อยแบบมือโปรกันเลย เทคนิคเลือกเนื้อหมูสุดอร่อย ให้เหมาะกับสูตรหมักเนื้อหมูนุ่ม ก่อนจะรู้วิธีหมักเนื้อหมูให้นุ่ม อร่อยโดนใจ ต้องเริ่มจากการเลือกเนื้อหมูที่สดใหม่ สะอาด และปลอดภัย สังเกตจาก 2 อย่างนี้ สีของเนื้อหมูสด ต้องมีสีแดงอมชมพู ผิวต้องมันลื่น ไม่เหนียว เวลากดลงบนเนื้อจะต้องคืนตัว สีไม่ซีด คล้ำ และเขียว ดังนั้นก่อนเลือกซื้อเนื้อหมูควรดูให้แน่ใจก่อนว่าเนื้อหมูได้คุณภาพ และปลอดภัยต่อร่างกายของเราหรือไม่ กลิ่นของเนื้อหมู ต้องไม่มีกลิ่นเหม็น เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่ควรให้ความสำคัญ เพราะไม่ว่าเราจะเดินเข้าไปเลือกซื้อหมูตามตลาดสด ร้านขายหมูสด หรือซุปเปอร์มาร์เก็ต เพียงแค่ได้กลิ่นของเนื้อที่มีกลิ่นเหม็นลอยมา เราก็ตัดสินใจทันทีว่าจะไม่ซื้อเนื้อหมูจากร้านนี้แน่นอน และจะหันหลังกลับไปซื้อร้านอื่นแทน เนื้อหมูส่วนไหน เหมาะกับสูตรหมักเนื้อหมูนุ่มจนอร่อย นุ่ม ละลายในปาก สำหรับส่วนของเนื้อหมูที่จะนำมาหมักให้เนื้อนุ่ม เราขอแนะนำเนื้อหมูทั้งหมด 3 ส่วนที่หมักแล้วนุ่มแน่นอน  ทำอาหารในมื้อพิเศษได้ไม่ยาก พร้อมหาซื้อวัตถุดิบได้ง่าย สันคอหมู ส่วนที่เหมาะที่สุด เพราะมีไขมันแทรกในเนื้อ ใช้เวลาหมักไม่นาน นำไปทำอาหารจะได้เนื้อที่มีความนุ่ม ละลายในปาก รับรองถูกใจ สายปิ้งย่าง ชาบู หมูกระทะ แน่นอน สันในหมู ส่วนที่ขึ้นชื่อว่านุ่มที่สุด จากทุกส่วนของหมู จะทำด้วยวิธีปิ้ง ย่าง ผัด และทอด ทำให้ได้เนื้อนุ่มที่แตกต่างกัน เวลานำมาหมักไม่จำเป็นต้องใช้เวลานาน ทำให้ไม่เหมาะกับเมนูหมูกระทะ เพราะถ้าสุกเกินไป เนื้อจะมีความแห้ง และแข็ง หมูสามชั้น หมูที่มีเนื้อ มัน และหนังสลับกันเป็นชั้น ๆ เหมาะกับการหมักก่อนนำมาทำอาหาร เพราะหมูสามชั้นมีรสชาติเข้มข้นขึ้นจากการหมักด้วยเครื่องปรุงรส ทำให้เหมาะกับการนำไปทอดหมูกรอบ หรือปิ้งย่างชาบู หมูกระทะก็ได้เนื้อสัมผัสที่นุ่มไปอีกแบบ แจก 5 สูตรหมักเนื้อหมูนุ่ม ทำง่าย อร่อยทุกบ้าน รู้เรื่องวิธีการเลือกเนื้อหมูไปแล้ว งั้นหมูอินเตอร์ขอแนะนำ 5 สูตรหมักเนื้อหมูนุ่ม จากนมสด สับปะรด โซดา กีวี่ และเอนไซม์ ใครที่กำลังเจอกับปัญหาการหมักหมูมากี่วิธีก็ไม่ยอมนุ่มสักที ตามมาดูเลยว่าทั้ง 5 สูตรหมักเนื้อหมูนุ่มนี้จะช่วยทำให้เนื้อหมูนุ่มได้จริงหรือไม่ บางทีอาจเปลี่ยนจากเรื่องยากในการหมักหมูให้กลายเป็นเรื่องง่าย ๆ สูตรหมักเนื้อหมูนุ่มด้วยนมสด การหมักหมูให้นุ่มด้วยนมสด เป็นวิธีที่ให้เนื้อหมูมีความนุ่มมากขึ้น แถมยังช่วยลดกลิ่นคาวของเนื้อหมูได้ วิธีหมักหมูด้วยนมสดนั้นเหมาะกับเนื้อที่มีไขมันไม่เยอะ เวลาที่หมักเนื้อหมูเสร็จเรียบร้อยแล้วนำมาทำอาหาร เนื้อหมูจะมีความนุ่ม และมีความหอมของนมสดมากขึ้น ส่วนผสม เนื้อหมูหั่นชิ้น 500 กรัม นมสดจืด 120 กรัม วิธีหมักเนื้อหมู ขั้นตอนแรกนำเนื้อหมูที่เตรียมไว้ใส่ในถ้วยผสม หลังจากนั้นเทนมสดจืดลงไปให้ท่วมเนื้อหมู คลุกเคล้าเนื้อหมูและนมให้เข้ากัน หลังจากนั้นปรุงรสตามใจชอบ นำเนื้อหมูที่หมักไว้เข้าตู้เย็น 30-60 นาที หรือจะทิ้งไว้ข้ามคืนก็ได้ สูตรหมักเนื้อหมูนุ่มด้วยสับปะรด อย่างที่รู้กันว่า “สับปะรด” ทำให้เนื้อหมูนุ่มได้เร็วขึ้น เพราะเนื้อสับปะรดจะมีเอนไซม์โบรมีเลน ทำหน้าที่ในการย่อยโปรตีน ทำให้จากเนื้อที่มีความเหนียว สามารถนุ่มลงเพียงใช้เวลาไม่กี่นาทีจะทำให้เนื้อหมูนุ่มและติดความหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย แต่ต้องระวังเรื่องเวลาจะใช้วิธีนี้ในการหมักเนื้อหมู ควรพักเนื้อหมูไม่เกิน 15 นาที เพราะเวลานำไปทำอาหาร จะทำให้เนื้อหมูเละได้ ใครที่ซื้อสับปะรดมาแล้วกำลังจะเน่า รีบเอามาหมักหมูด่วน ก่อนเสียดายแล้วต้องทิ้งลงถังขยะ ส่วนผสม เนื้อหมูหั่นชิ้น 500 กรัม สับปะรดสุก 3 ช้อนโต๊ะ (บดละเอียด) หรือใช้น้ำสับปะรดสด 1/4 ถ้วย วิธีหมักเนื้อหมู ขั้นตอนแรกนำสับปะรดสุกมาบด หรือปั่นเป็นน้ำสับปะรด หลังจากนั้นนำเนื้อหมูที่เตรียมไว้ ปรุงรส และผสมกับสับปะรดที่เตรียมไว้ คลุกเคล้าเนื้อหมูและเนื้อสับปะรดบดให้เข้ากัน ก่อนจะนำไปปรุงรสให้เรียบร้อย นำเนื้อหมูที่หมักไว้แช่ตู้เย็น ทิ้งประมาณ 5-15 นาที พอครบเวลาสามารถนำไปทำอาหารต่อ สูตรหมักเนื้อหมูนุ่มด้วยเบกกิ้งโซดา เบกกิ้งโซดา ถูกนำมาเป็นส่วนผสมของซอสหมักเนื้อต่าง ๆ หนึ่งในนั้นยังมีส่วนที่ช่วยให้เนื้อหมูนุ่มขึ้น และลดความเหนียวได้ดีเลย  การหมักด้วยวิธีนี้ ถือว่าเวิร์กมาก แต่ต้องระวังตอนหมักเนื้อหมู เพราะถ้าใส่เบกกิ้งโซดาในปริมาณที่มากเกินไป จากเนื้อหมูที่นุ่มขึ้น อาจได้ความขมติดมาด้วย ส่วนผสม เนื้อหมูหั่นชิ้น 500 กรัม เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา น้ำเปล่า 1 ถ้วย วิธีหมักเนื้อหมูให้นุ่มด้วยเบกกิ้งโซดา (วัตถุดิบเป็นที่ต้องการของการทำขนมหวาน) ขั้นตอนแรกละลายเบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชาในถ้วยน้ำเปล่า นำเนื้อหมูที่เตรียมไว้แช่ลงในน้ำที่ผสมเบกกิ้งโซดา จากนั้นแช่ตู้เย็น และทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที ย้ำว่าขั้นตอนนี้สำคัญมาก พอครบเวลาที่หมักให้ล้างออกด้วยน้ำเปล่า 2-3 รอบ ก่อนจะนำไปปรุงรส และทำอาหารต่อ สูตรหมักเนื้อหมูนุ่มด้วยกีวี่ ขึ้นชื่อผลไม้ที่ได้ฉายาแห่ง “เชฟมือทอง” ของตระกูลผลไม้ คงหนีไม่พ้น “กีวี่” ที่ให้ประโยชน์กับร่างกายหลายอย่าง รวมทั้งเป็นตัวช่วยหนึ่งที่ทำให้เนื้อหมูนุ่ม เพราะในตัวของกีวี่มีเอนไซม์พิเศษอย่างแอคทินิดีน คอยช่วยทำหน้าที่ให้หมูของเรานุ่มเร็วขึ้น อย่างไรก็ตามควรดูเวลาหมักเนื้อให้ไม่เกิน 15 นาทีเพราะอาจจะทำให้เนื้อเละได้เช่นเดียวกับการหมักด้วยสับปะรด ส่วนผสม เนื้อหมูหั่นชิ้น 500 กรัม กีวี่หั่นชิ้น หรือสับ 100 กรัม วิธีหมักเนื้อหมูให้นุ่มด้วยผลไม้ที่ขึ้นชื่อว่า “เชฟมือทอง” อย่างกีวี่ นำกีวี่ที่หั่น หรือสับไว้แล้ว ผสมกับเนื้อหมูที่เตรียมไว้ พร้อมใส่เครื่องปรุงรสให้เรียบร้อย หลังจากนั้นนำเนื้อหมูที่หมักไว้ไปแช่ตู้เย็น และทิ้งไว้ประมาณ 5-15 นาที ก่อนจะนำมาทำอาหารต่อ สูตรหมักเนื้อหมูนุ่มด้วยเอนไซม์ วิธีนี้จะใช้เอนไซม์ธรรมชาติ เช่น สับปะรด และมะละกอดิบ มาสกัดให้เป็นผงเอนไซม์ก่อนนำมาใช้ในการหมักเนื้อหมูให้นุ่ม ส่วนมากร้านอาหารนิยมใช้จนได้ฉายาว่า “วิธีหมักเนื้อหมูให้นุ่มแบบมืออาชีพ” เพราะใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีในการหมักเนื้อเท่านั้น แต่ขอเตือนไว้ก่อนว่า การหมักด้วยผงเอนไซม์แช่ทิ้งไว้ข้ามคืนไม่ได้ เพราะจะทำให้เนื้อเละ และทำอาหารไม่อร่อยได้ เตือนแล้วนะ ส่วนผสม เนื้อหมูหั่นชิ้น 500 กรัม ผงเอนไซม์จากสับปะรด และมะละกอดิบ 1/4 ช้อนชา วิธีหมักเนื้อหมูให้นุ่มด้วยผงเอนไซม์แบบมืออาชีพ เทผงเอนไซม์ลงบนเนื้อหมูที่เตรียมไว้พร้อมกับผสมให้เข้ากัน และทิ้งไว้ 10 นาที จากนั้นปรุงรสตามใจชอบ ตามสูตรของแต่ละคนได้เลย ก่อนจะนำมาหมักทิ้งไว้ 20-30 นาที และนำไปทำอาหารต่อ Q&A คำถามยอดฮิต เรื่องความปลอดภัยจาก 5 สูตรหมักเนื้อหมูนุ่ม ทุกคนสงสัยแบบไหน เราก็สงสัยแบบนั้น งั้นให้หมูอินเตอร์ตอบ 4 คำถามที่ทุกคนสงสัยเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยจาก 5 สูตรหมักเนื้อหมูนุ่ม  ตามไปดูกันเลย Q : ถ้าเราหมักเนื้อหมูไว้ สามารถทิ้งไว้ข้ามคืนได้ไหม? A : คำถามนี้เหมาะกับคนขี้ลืม หรือพนักงานประจำที่ไม่มีเวลา  ต้องบอกเลยว่า ทิ้งไว้ข้ามคืนได้  แต่ต้องเลือกวิธีหมักที่มีเอนไซม์ไม่เยอะ เช่น ใช้นมสดในการหมักแทน เพราะใช้เอนไซม์ที่มาจากธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์ Q : หมูที่หมักเก็บไว้ในห้องปกติได้ไหม? A : ไม่ได้ ต้องแช่ตู้เย็นเท่านั้น  เพื่อช่วยยืดอายุของเนื้อหมูที่หมักให้นานขึ้น รวมทั้งป้องกันการโตของเชื้อแบคทีเรียด้วย Q : ผงเอนไซม์ที่ใช้หมักหมูให้นุ่มตามร้านอาหารปลอดภัยแค่ไหน? A : ปลอดภัยแน่นอน ถ้าใช้เอนไซม์  1/4 ช้อนชา ต่อ เนื้อหมูหั่นชิ้น 500 กรัม  เพราะสกัดมาจากผลไม้ธรรมชาติอย่างสับปะรด และกีวี่ แต่อย่าใส่เยอะ และหมักนานเกินไป Q : แล้วถ้าหมักเนื้อหมูไว้หลายวัน เราจะรู้ได้ยังไงว่าเนื้อหมูที่หมักไว้ยังใช้ได้อยู่? A : ง่าย ๆ เลย ดูจากสี กลิ่น และผิวสัมผัส ถ้ามีสีคล้ำ กลิ่นเปรี้ยวแรง หรือมีถ้ามีกลื่น ให้ทิ้งทันที เพียงแค่รู้ 5 สูตรหมักเนื้อหมูนุ่ม เราก็สามารถทำได้ง่าย ๆ หาซื้อวัตถุดิบได้ไม่ยาก นอกจากการหมักเนื้อหมู ยังได้หลักการเลือกเนื้อหมูที่ทำให้หมูนุ่ม  พร้อมตบท้ายด้วยการไขคำตอบที่ทุกคนสงสัย เรียกได้ว่าขนความรู้กลับบ้านไปอย่างเต็มอิ่ม  อ่านมาถึงตรงนี้ เพียงแค่แวะมาที่หมูอินเตอร์ใกล้บ้านคุณ ทุกสาขา หรือทางสั่งออนไลน์ก็คิดเมนูแสนอร่อยได้แล้ว ถ้าใครยังคิดไม่ออกว่าจะเอาเนื้อหมูมาทำอะไรได้บ้างหลังจากหมักแล้ว ไม่อยากทิ้งเพราะเสียดายของ หมูอินเตอร์ขอแนะนำเมนูหมูกระทะ ชาบู และปิ้งย่าง รับรองว่าทานแล้วนุ่ม อร่อย เคี้ยวเพลิน รับรองติดใจแน่นอน

SME ธุรกิจขนาดเล็ก สู่ “หมูอินเตอร์” แบรนด์ท้องถิ่นระดับประเทศ

จาก SME ธุรกิจขนาดเล็ก สู่ “หมูอินเตอร์” แบรนด์ท้องถิ่นระดับประเทศ

การเริ่มต้น SME ธุรกิจขนาดเล็ก หรือธุรกิจส่วนตัวได้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่หลายคนคิด บางคนอาจคิดว่าจะเริ่มต้นธุรกิจเล็ก ๆ ได้ต้องใช้ทุนเป็นกำหนด ทุนก็สำคัญ แต่ด้วยปัจจุบันมีอะไรหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปมาก ทำให้ธุรกิจหลายครอบครัวไม่ได้เป็นอย่างที่คิดไว้  เพราะแบบนี้เราจึงขอยกตัวอย่างบทเรียนสำคัญของคุณณรงค์ ธรรมจารี เจ้าของ “หมูอินเตอร์”  เป็นหนึ่งคนที่ยึดคำว่า “ SME สู้ มุ่งมั่น และอดทน” มาเป็นแรงผลักดันของความพยายามในการทำงาน บทเรียนชีวิตที่เริ่มต้นจาก SME ธุรกิจขนาดเล็ก สู่ ธุรกิจหมูอินเตอร์ เรื่องราวเริ่มต้นจากการเลี้ยงหมู 2 ตัว จนเกิดเป็นฟาร์มเลี้ยงหมูขนาดใหญ่ แต่วันหนึ่งคุณณรงค์ตัดสินใจขายฟาร์มทิ้งทั้งหมด เหลือเพียงแต่ โรงเชือดเล็ก ๆ เขาเริ่มทำอาชีพใหม่ คือ การตั้งแผงหมูหน้าบ้าน แผงเล็ก ๆ เอาหมูที่มาจากโรงเชือดของตนเองออกมาขาย แม้ราคาเนื้อหมูในช่วงนั้นจะตกลงมากแต่ก็อดทนทำ เพราะมีภาระอีกตั้งมากมายที่ต้องใช้กินใช้จ่าย ถ้าไม่ทำก็เท่ากับอดตาย เขาต้องอดทนยืนขาย สู้แดดสู้ฝนในแต่ละวัน บางวันก็ขายได้หลักร้อย บางวันก็ขายได้หลักพัน หลายครั้งคนที่ผ่านไปผ่านมาแถวนั้นอาจพูดถึงคุณณรงค์ว่า “จบแล้วไอ้รงค์เอ๋ย บอกแล้วว่าอย่าขายฟาร์มไปก็ไม่เชื่อ” แต่สำหรับคุณณรงค์นั้น ใครจะนำเรื่องเขาไปพูดยังไงก็ไม่สำคัญ แต่เราต้องพิสูจน์ให้เขาเห็น นั่นเป็นทางเดียวที่จะลบคำสบประมาทเหล่านั้นได้ “อย่าปล่อยให้น้ำลายคนอื่นมาหยุดฝัน ทำลายอนาคตเราและครอบครัวเรา” จากประโยคที่ว่า “อย่าปล่อยให้น้ำลายของคนอื่นมาหยุดฝัน ทำลายอนาคตและครอบครัวของเรา” นั้น เป็นเรื่องจริง หลายคนคงเคยเจอกับคำพูดที่สบประมาทจากคนรอบข้างว่า… “บ้างก็ว่าทำไม่ได้หรอก”  “จะทำได้จริงเหรอ”  “จะคอยดูแล้วกัน” ฟังดูเผิน ๆ ประโยคที่พูดอาจจะดูเหมือนเป็นคำธรรมดา แต่ความจริงแล้วคนฟังจะจำไปตลอดชีวิต บางคนถึงขั้นล้มเลิกความคิดนั้นไป ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มต้นทำด้วยซ้ำ คุณเสียใจได้ แต่อย่าลืมกลับเอาคำพูดเหล่านั้น กลับมาเป็นแรงผลักดันที่ทำให้ ธุรกิจขนาดเล็ก ก้าวไปสู่ธุรกิจขนาดใหญ่ให้ได้เหมือนกับคำพูดของคุณณรงค์ที่เคยบอกไว้ แต่ไม่ว่าจะยังไง เขายังเชื่อมั่นเสมอว่า “โอกาส” และ “ความสำเร็จ” เกิด – ขึ้นได้ทุกวินาที ถ้าเราไม่ยอมแพ้ ถึงแม้จะมีอุปสรรคเข้ามาแบบไม่หยุด ไม่ว่าจะมาจากทางไหนก็ตาม จะทั้งซ้าย หรือ ขวา ก็ต้องผ่านไปให้ได้ เหมือนกับเหตุการณ์ตอนขายหมูสด แผงกำลังไปได้ดี แต่จู่ ๆ ก็ไม่มีหมูให้ขาย เพราะโรงเชือดไม่มีหมูมาเชือด ทำให้ต้องขอซื้อหมูจากชาวบ้านเอามาเชือดและนำมาขายเอง พร้อมกับเริ่มนำอาหารสัตว์กลับมาขายอีกครั้ง โดยได้แนวคิดมาจากเซลล์บริษัทที่ริเริ่มให้เขาหันกลับมาลองทำอาหารสัตว์ขายอีกครั้ง หลังจากนั้นก็เริ่มไปสอบถามลูกค้าเก่าว่าใครเลี้ยงหมูที่ไหน เลี้ยงทั้งหมดกี่ตัว นำมาจดและเก็บข้อมูล พร้อมเสนอเงื่อนไขที่ว่าร้านเราขายอาหารสัตว์ ถ้าคุณสนใจก็มาซื้ออาหารร้านเราไป แล้วเราจะรับซื้อหมูของคุณกลับมา ตอนแรกก็เริ่มต้นทำเล็ก ๆ บ้านต่อบ้าน   สุดท้ายได้รับผลตอบกลับมากขึ้น คนสนใจเข้าร่วมโครงการเยอะขึ้น ด้วยเหตุผลที่ว่าเราไม่เคยเอาเปรียบลูกค้า  อะไรที่สามารถช่วยได้ ขอให้บอกเพราะเขาก็เหมือนคนในครอบครัว นั่นถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ของธุรกิจอาหารสัตว์ และครอบครัวเลี้ยงหมูของคุณณรงค์เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน จะเห็นว่าถ้าเราไม่แม้จะพยายาม และอดทนกับสิ่งที่กำลังเจออยู่นั้น ผลสำเร็จตรงหน้าก็ไม่มีมาให้เห็นอย่างแน่นอน ช่วงนั้นคำว่า “SME” คือ การเริ่มต้นทำธุรกิจขนาดเล็ก แต่สมัยนี้ไม่ว่าใครจะพูดถึงเอสเอ็มอีก็เข้าใจได้ง่ายว่าเป็นการทำธุรกิจขนาดเล็กของคนที่เริ่มต้นทำธุรกิจส่วนตัว ใช้ต้นทุนน้อยในการสร้าง ไม่ได้หวือหวา แต่จากหนังสือหมูอินเตอร์ ธุรกิจยอดขายพันล้านที่วิกฤตและความจนเป็นผู้สอน คุณณรงค์ ธรรมจารี เจ้าของร้านหมูอินเตอร์ขนาดใหญ่ ได้กล่าวว่า สำหรับคุณณรงค์นั้น SME อาจจะไม่เหมือนคนอื่น ไม่ใช่ธุรกิจ ไม่เคยมีใครสอน และหามีความหมายจากหนังสือเล่มไหนไม่ได้ ในความคิดของเขานั้น ได้ให้นิยามคำว่า SME ไว้ว่า S คือ ใจสู้ไม่ถอย M คือ มานะบากบั่น ไม่ยอมแพ้กับปัญหา หรืออุปสรรคต่าง ๆ   E คือ อดทนอย่างถึงที่สุด ซึ่งทั้งหมดนี้มีแรงผลักดันที่สำคัญ คือ “ความฝัน” ขึ้นชื่อว่าความฝัน มันไม่มีอะไรง่ายอย่างที่เราต้องการทุกอย่าง คุณณรงค์เชื่อว่าการฝันมีทั้งหมด 2 อย่าง คือ “เพ้อฝัน” และ “ใฝ่ฝัน” ทุกคนล้วนมีความฝันที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้น อยากมีความสุขในแบบของตนเอง สามารถหาเลี้ยงครอบครัวได้ อยากประสบความสำเร็จในการทำงาน การค้า หรือในด้านต่าง ๆ ตามที่เราหวังไว้ แต่ทำไมหลายคนถึงไปไม่ถึงเป้าหมาย ทำไมถึงทำไม่สำเร็จสักที หรือ… “เพราะอาจจะเช้าฝันอย่าง กลางวันฝันอีกอย่าง เย็นฝันอีกอย่าง” สรุปแล้วเพ้อฝันไปเรื่อย วางแผนว่าจะทำ และ ฝันมากเกินไป จนไม่ได้ลงมือทำในสิ่งที่คิดไว้ มันทำให้ไม่เกิดผลงานออกมาให้เห็น มีเพียงแต่ความฝัน และคำพูดที่ผ่านไปในแต่ละวันเท่านั้น ถ้าเปรียบกับสำนวนสุภาษิต คำพังเพยของไทย จะเรียกว่า ผลัดวันประกันพรุ่ง คิดไว้ว่าจะทำแต่สุดท้ายก็ไม่ลงมือทำ เขามักจะถามตัวเองอยู่เสมอว่า ทำไมผมเริ่มท้อ เริ่มถอดใจล่ะ “ปัญหาและวิกฤตที่เกิดขึ้น พระเจ้าส่งมาทดสอบเรานะ แล้วเราจะยอมแพ้เป็นถ่าน หรือจะสู้ให้ผ่านเป็นเพชรให้ได้” หลังจากนั้นเขาได้กลับมานั่งคิดว่าตนเองยังทำไม่ถูกวิธี กำลังหลงทาง หรืออดทนไม่พอกับสิ่งที่กำลังจะลงมือทำกันแน่ เขาจะยอมเป็นถ่านหรือเพชร แม้จะถูกเผาด้วยคาร์บอนเหมือนกันแต่การใช้ความร้อนต่างกัน ความทนทานก็ต่างกัน ให้เลือกว่าในชีวิตคุณอยากจะเป็นแบบไหน อยากจะทนความร้อนได้น้อย ยอมแพ้และถอยหลังไปเป็นถ่านธรรมดา ๆ พอถึงเวลาก็แตกหักไป หรือจะอดทน พยายาม รอเวลาคอยเป็นเพชรที่ล้ำค่า แต่แลกมาด้วยความลำบากและอดทนที่จะสู้ไปให้ถึงฝันที่ตั้งไว้ ระหว่างทางอาจจะเจอปัญหามากมายมาให้เราแก้ไขตลอดเวลา แต่สุดท้ายเชื่อเถอะว่า เราจะขอบคุณความยากที่ทำให้เราเก่งขึ้นได้ และก้าวนำคนอื่นไปได้หนึ่งก้าว เพราะความสำเร็จไม่มีทางลัด ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย ไม่มีทางได้มาอย่างง่ายดาย ทุกก้าวที่เดินไปข้างหน้า คือ การเรียนรู้ และพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา คนที่จะเป็นเพชรได้นั้น ต้องเรียนรู้ และลงมือทำอยู่ตลอดเวลา หมั่นหาความรู้ กล้าที่จะทำในสิ่งที่คิดไว้ และไม่ล้มเลิกสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามาตั้งแต่แรก กล้าที่จะยอมล้มเหลวไม่ว่าจะต้องทำอีกกี่ครั้ง ไม่กลัวกับความเจ็บปวดที่จะเกิดขึ้นจากสิ่งที่ลงมือทำ สิ่งนี้จะทำให้ SME ธุรกิจขนาดเล็กของเราอยู่ในตลาด ถึงแม้จะพึ่งเริ่มทำธุรกิจก็ตาม ถ้าเราเริ่มต้นที่เรียนรู้ และพัฒนาไปข้างหน้าแบบไม่ย่ำอยู่กับที่ เชื่อในตัวเองรับรองว่า ธุรกิจของเรานั้นจะเป็นที่รู้จักได้แน่นอน เพียงแค่เราเชื่อมั่นในตัวเอง ลองสู้เหมือนกับคุณณรงค์ ธรรมจารี เจ้าของหมูอินเตอร์ ที่เริ่มต้นจากแผงขายหมูหน้าบ้าน มาเป็นร้านขายหมูติดแอร์ที่ลูกค้าต้องกลับมาซื้อซ้ำ ไม่ใช่แค่ร้านขายเนื้อหมูที่ติดแอร์แต่เป็นมากกว่าร้านที่เข้าใจลูกค้า สุดท้ายแล้วการจะเป็นเพชรนั้น ไม่ได้ใช้เวลาแค่ไม่วันก็ทำได้ แต่ต้องผ่านกระบวนการทำ หรือขั้นตอนที่หลากหลาย ผ่านแรงกดดันในหลาย ๆ เรื่อง ต้องอดทน และทนทานต่อสิ่งต่าง ๆ รอบตัว ถ้าคุณมุ่งมั่นที่จะทำสิ่งนั้นแล้ว อย่าหยุดพยายาม อย่าละทิ้งความฝัน ลงมือทำ และคิดไว้เสมอว่าทุกก้าวที่เดินไปข้างหน้านั้น จะทำให้คุณเริ่มเข้าใกล้ความสำเร็จมากขึ้นไปเรื่อย ๆ ต้องพยายามให้กำลังกับตัวเอง พัฒนา และเรียนรู้อยู่เสมอ การที่เราพัฒนาอยู่เสมอนั้น จะทำให้คนรู้จักแบรนด์ หรือธุรกิจมากขึ้นในอนาคต คุณต้องเชื่อว่า… “ในโลกนี้…ไม่มีอะไรที่เกินปัญญา และความสามารถของมนุษย์” อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ใครที่ยอมแพ้ หรือท้อแท้กับการเริ่มต้นทำธุรกิจส่วนตัว ลองมาอ่านบทความนี้หวังว่า คุณจะได้เรียนรู้บทเรียนสำคัญจากจุดเริ่มต้นของร้านขายหมูติดแอร์อย่าง “หมูอินเตอร์” ที่เริ่มต้นจากการเลี้ยงหมู 2 ตัว ใครจะคิดว่าการเริ่มต้นเล็ก ๆ แบบนี้จะพาคุณณรงค์ ธรรมจารี ประสบความสำเร็จจนกลายเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างร้านขายเนื้อหมูติดแอร์แห่งแรกของภาคเหนือที่ใครหลายคนรู้จักจนถึงทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า หรือคนที่หาแรงบันดาลใจในการทำธุจกิจ เชื่อได้ว่าคุณจะมองคำว่า SME เปลี่ยนไปว่าไม่ใช่แค่เป็นธุรกิจส่วนตัวเท่านั้น แต่จะเป็นคำว่า “SME สู้ ไม่ท้อต่ออุปสรรค มุ่งมั่น และอดทนจนถึงที่สุด”  “แล้วคุณล่ะ กำลังยอมเป็นถ่าน หรือสู้เพื่อเป็นเพชร” @lungrong.moointer Ep.3 ลุงรงค์ หมูอินเตอร์ | ลุงรงค์กับคำว่า “SME” #ลุงรงค์หมูอินเตอร์ #Moointer #เคล็ดลับSME #แรงบันดาลใจ #เคล็ดลับความสำเร็จ ♬ เสียงต้นฉบับ – ลุงรงค์ หมูอินเตอร์

Copyright © 2025 | MOOTINTER