โอกาส มาถึงต้องสู้ให้ถึงที่สุด ห้ามหยุดจนกว่าจะชนะ
“โอกาส” หลายคนคงเคยได้ยินว่า มันมักจะมาแบบไม่ทันตั้งตัว จริงอยู่ที่ว่าจังหวะชีวิตของคนเราไม่เหมือนกัน จะมาเมื่อไรไม่มีใครรู้ แต่มันอยู่ที่ว่าเราจะคว้าโอกาสนั้นไว้หรือไม่ อย่าลืมว่าพอมันมาถึงแล้ว ใช่ว่าจะอยู่กับเรานาน โอกาสมาหาเราได้ ก็ไปหาคนอื่นได้เหมือนกัน หลายคนพลาด เพราะมัวแต่ลังเล บางคนกลัวที่จะคว้าโอกาสตรงหน้าไว้ เพียงเพราะกลัวความล้มเหลว แต่เชื่อเถอะว่า โอกาส คือ จุดเริ่มต้นของการทำสิ่งใหม่ ๆ การทำธุรกิจก็เหมือนกัน เมื่อเริ่มต้นคิดที่จะทำแล้ว อย่าหยุดอยู่กลางทาง แต่ต้องยืนหยัดที่จะทำต่อไป จนกว่าจะถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้แต่แรก ในบทความนี้ เราขอยกเรื่องของลุงรงค์ หรือ คุณณรงค์ ธรรมจารี เจ้าของหมูอินเตอร์ มาแชร์ให้กับนักอ่านทุกคนว่า พอลุงรงค์เปิด ร้านขายหมูติดแอร์ที่หน้าบ้านของตัวเองแล้ว ทำยังไงต่อ จะหยุดอยู่แค่นี้ หรือเดินหน้าขยายสาขาต่อ แต่การขยายสาขานั้นก็แลกมาด้วยอุปสรรคหลายอย่างจนประสบความสำเร็จอย่างที่เห็นกันทุกวันนี้ โอกาส : การลงสนามแรกของหมูอินเตอร์ จากหนังสือ หมูอินเตอร์ ธุรกิจยอดขายพันล้านที่วิกฤตและความจนเป็นผู้สอน ลุงรงค์เล่าว่า หมูอินเตอร์ สาขาสันป่าตอง เป็นสนามแรกที่ท้าทาย หรือเรียกว่า ปราบเซียนมากที่สุด แต่ไม่ว่าจะเจอปัญหาอะไรเขาก็ยืนหยัด สู้ จนกลายเป็นบทเรียนสำคัญในการทำธุรกิจเลยก็ว่าได้ หลังจากเปิดร้านขายหมูติดแอร์ที่หน้าบ้านของตัวเองแล้ว ทำให้เขารู้ระบบการทำงานแบบเป็นขั้นตอนมากขึ้น รู้ความต้องการของลูกค้าว่าอยากได้อะไร และต้องปรับตัวยังไงให้ลูกค้าเข้ามาซื้อของร้านเขา พอสาขาแรกผ่านไปได้ด้วยดี คุณณรงค์ก็เริ่มมองหา “โอกาส” ใหม่ ๆ อีกครั้ง สู้ทุกสนาม ถ้าเห็น “โอกาส” โอกาสครั้งใหม่ที่ว่า คือ การตั้งร้านที่อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากร้านหมูอินเตอร์สาขาแรก กลุ่มลูกค้าที่เข้ามาซื้อของก็เป็นกลุ่มใกล้เคียงกัน อยู่ใกล้กับจังหวัดลำพูนอีก เดินทางไปมาก็สะดวก ลูกค้าหลายคนที่มาซื้อของต่างก็บอกกันว่า ขับรถมาจากสันป่าตอง เพื่อมาซื้อของที่นี่ นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้ลุงรงค์เริ่มคิดว่า ถ้ามาเปิดสาขาที่นี่ก็น่าสนใจ ก่อนจะตัดสินใจเปิดสาขาที่อำเภอสันป่าตอง โดยเริ่มสำรวจและเก็บข้อมูลของที่นี่ว่ามีชาวบ้านอยู่ประมาณเท่าไร มีร้านค้าทั้งหมดกี่ร้าน และสังเกตดูพฤติกรรมของคนแถวนั้นว่าซื้ออะไร หรือกินอะไรกัน มีโอกาสไหมที่ในอนาคตเราจะไปเปิดสาขาที่นั่น เขาเชื่อว่าถ้าเรามีข้อมูลมากพอ คิดให้รอบคอบ จะทำให้เราตัดสินใจไม่พลาดที่จะลงแรงสร้างโอกาสใหม่ขึ้นมา หรือถ้ามีข้อพลาดเกิดขึ้นต้องรีบแก้ไขให้เร็วที่สุด และใช่… สุดท้ายลุงรงค์ก็ใช้ใจตัดสิน เปิดสาขาสันป่าตองขึ้น แต่การเปิดสาขาสันป่าตองนั้น เปิดขึ้นท่ามกลางเสียงคัดค้านของหลาย ๆ คนที่บอกว่าสาขาสันป่าตอง น่าจะมีคนซื้อน้อยเพราะส่วนหนึ่งก็มีตลาดสันป่าตองที่มีร้านขายหมูในตลาดซึ่งเป็นเจ้าประจำที่คนส่วนใหญ่จะเข้าไปซื้อกันอยู่แล้ว ถ้าหมูอินเตอร์เข้าไปเปิดอาจจะแทรกตัวเข้าไปได้ยาก แต่จะทำยังไงได้เมื่อตัดสินใจแล้ว ก็ต้องสู้และเดินหน้าไปแบบไม่ถอย สิ่งแรกที่ลุงรงค์ทำ คือ การไปเช่าร้านของสหกรณ์สันป่าตองมาเปิด “หมูอินเตอร์” สาขาแรกที่เปิดนอกจังหวัดของตัวเอง ผมตั้งเป้าหมายว่าจะขายให้ได้วันละสองหมื่น แล้วก็เป็นไปตามที่หลายคนคิดไว้ แค่หลักพันบางวันเรายังไม่ถึงเลย!! ถึงแม้ว่าจะขายไม่ได้ตามที่ตั้งไว้ว่าจะขายให้ได้วันละสองหมื่นบาท แต่ลุงรงค์ก็ไม่ยอมแพ้ และสู้ต่อ ด้วยความที่ตอนนี้คนยังไม่รู้จักว่าหมูอินเตอร์ขายอะไร มีคุณภาพ และดียังไง ทำให้เขาคิดและหาวิธีการที่คนอื่นทำกัน นั่นคือ การโฆษณาและประชาสัมพันธ์ลองเอามาใช้กับร้านหมูอินเตอร์ดู ทั้งจ้างคนเดินแจกใบปลิว เอาใบปลิวไปเหน็บหน้าประตูบ้านบ้าง เดินแจกตามร้านค้าบ้าง คนอื่นทำยังไง เราก็ทำเลียนแบบเขาบ้าง หรือเวลาที่เห็นร้านใหญ่ ๆ ออกสินค้าใหม่อย่าง โน้ตบุ๊กใหม่ หรือมีทีวีรุ่นใหม่ออกมา ร้านก็จะเอาของใส่บนรถและวิ่งแห่รอบเมือง อารมณ์เหมือนแห่ให้คนในเมืองรู้ข่าวสารมากขึ้นว่า กำลังจะมีของใหม่มา รีบมาซื้อกันอะไรแบบนี้ ในเมื่อเขาจัดกิจกรรมรถแห่แบบนี้ เราก็ทำบ้าง บอกเลยว่าปัญหาก็ยังไม่หยุดแค่นี้… ยิ่งช่วงฤดูที่เห็ดถอบออก เรียกได้ว่า เนื้อหมู ปลา หรืออะไรก็ขายไม่ได้เลย ตอนนี้ไม่ว่าจะไปทางไหนก็ตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ไม่รู้ว่าจะไปทางไหนดี ทำให้ลุงรงค์คิดว่าถ้าช่วงนี้เป็นหน้าของเห็ดถอบ งั้นเราก็ทำป้ายแห่ติดรถแล้วใส่ข้อความไปว่า “กินเห็ดถอบ อย่าลืมใส่หมูต้วยเน้อ” แค่ประโยคเล็ก ๆ ที่เล่นกับสถานการณ์หรือกระแสที่คนสนใจในตอนนั้นก็น่าจะช่วยให้ลูกค้ารู้ ลูกค้าเห็น และเข้ามาซื้อของร้านเรามากขึ้น พอทำไปทำมาก็เรียกได้ว่าเหนื่อยจนแทบจะถอดใจ เพราะไม่ว่าจะทำยังไงยอดก็ยังไม่ดีขึ้น จนตอนนั้นเสียงจากคนรอบข้างเริ่มคิดไปทางเดียวกันว่า มันเป็นไปไม่ได้หรอกกับการเปิดสาขาที่อำเภอสันป่าตอง จะทำยังไงในเมื่อลุงรงค์ยังเชื่อว่าน่าจะทำได้แต่ต้องมีเวลาเพิ่มขึ้นอีกหน่อย เขาสู้จนจากที่ขายได้วันละ 700 บาท เริ่มมีคนรู้จัก และเริ่มยอมรับมากขึ้นว่าหมูเราดี มีคุณภาพและราคาถูก นอกจากคนแถวนั้นจะเริ่มเข้ามาซื้อ ก็ยังมีร้านอาหารเข้ามาซื้อด้วย หรือแม้แต่ร้านเขียงหมูในตลาดยังมาซื้อที่ร้านเราเวลาที่ของไม่พอ การที่ลุงรงค์เชื่อมั่นและอดทนทำให้ยอดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ สาขาสันป่าตองใช้เวลาประมาณ 1 ปีกว่าจะได้กำไร เรียกได้ว่า “สาขาสันป่าตอง” เป็นอีกหนึ่งความภูมิใจที่เรา “ได้ทำ” และ “ทำได้” ลุงรงค์เชื่อมาตลอดว่า ชีวิตการค้าขาย ไม่ว่าจะทำธุรกิจอะไรก็ตาม เราคงไม่ได้ร้องไห้ หรือหัวเราะทุกวัน มันต้องมีหัวเราะและร้องไห้สลับกันไป แต่สุดท้ายมันอยู่ที่ใจเราว่าจะสู้ และอดทนมากพอหรือไม่กับความสำเร็จที่วางไว้ตั้งแต่วันแรก หลายคนคงเคยคิดว่า การที่ประสบความสำเร็จได้นั้น ต้องเริ่มจากการรู้สูตรการตลาดใช่ไหม คำตอบคือ ถ้าคุณคิดแบบนั้น คุณคิดผิด เพราะ… สูตรการตลาดก็คงไม่มีสูตรตายตัว เพราะมีปัจจัย และตัวแปรหลายอย่างไม่เหมือนกัน แล้วคำถามคือ มันต่างกันยังไง ยกตัวอย่างง่าย ๆ อย่างถ้าบางคนบอกว่า 4 + 5 ได้คำตอบ คือ 9 นั่นคือคำตอบที่ถูก แต่สำหรับบางคนก็บอกว่าไม่จำเป็นต้องเป็นใช้วิธีนี้ก็ได้ วิธีอื่นก็มีอย่าง 10 – 1 ก็ยังได้คำตอบ คือ 9 เหมือนเดิม นี่คือสิ่งที่ทำให้สูตรการตลาดไม่ตายตัว เพราะเป้าหมายของการทำธุรกิจของเราไม่ได้เปลี่ยนแต่เปลี่ยนที่วิธีการ สุดท้ายไม่ว่าจะใช้วิธีไหนก็ทำให้เราไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ โอกาสครั้งที่สอง แพ้ได้แต่ต้องชนะ ทำสงครามแพ้ได้บางสมรภูมิ แพ้บางพื้นที่ได้ แต่ในสงครามรวมแล้วต้องชนะ การทำธุรกิจก็เปรียบเหมือนสงคราม คุณแพ้ได้ แต่สุดท้ายแล้วคุณต้องชนะ ถ้าอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ คือถ้าคุณขายของ บางวันขายดี บางวันก็ขายไม่ดี แต่พอสิ้นเดือนมานั่งสรุปยอดขายคุณกลับได้กำไรจากการขาย นั่นก็ถือว่าคุณได้ชัยชนะมาแล้วครึ่งหนึ่ง อย่างน้อยก็ช่วยให้เรามีกำลังใจที่จะทำต่อ และหายเหนื่อยจากสิ่งที่ลงมือลงแรงทำไป ผลของการอดทน สู้ และหาทางแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับสาขาสันป่าตอง ทำให้ร้านมีกำไรและเดินหน้าต่อไปได้เองแล้ว ลุงรงค์เริ่มเดินหน้าเปิดสาขาเพิ่มที่ตลาดเมืองใหม่ หรือเรียกว่า กาดเมืองใหม่ ซึ่งเป็นตลาดขายปลีก ราคาใกล้ ๆ กับราคาขายส่ง ที่พ่อค้าแม่ค้าชอบมาซื้อพวกผัก หมู และของอื่น ๆ ไปขาย เรียกได้ว่า “สาขากาดเมืองใหม่” เป็นอีกหนึ่งสาขาที่ท้าทายเช่นเดียวกัน เพราะเป็นตลาดที่มีพ่อค้าแม่ค้ามากที่สุด ต่างคนก็อยากขายของให้กับลูกค้า แต่สุดท้ายลุงรงค์ก็ตัดสินใจไปเปิดด้วยความเชื่อว่าจะทำได้ จนมียอดขายดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่ปัญหาก็ยังไม่หยุดแค่นี้ เพราะที่ดินที่เช่าอยู่กำลังจะหมดสัญญา เจ้าของที่เลยจะขอที่ดินคืน ลุงรงค์เลยตัดสินใจ ย้ายร้านและรื้อแอร์ออกทั้งหมด เพราะที่นี่เขาเป็นคนลงทุนสร้างขึ้นมากับมือ ก่อนจะย้ายร้านไปเปิดใหม่อยู่ใกล้ ๆ กัน ซึ่งเรียกได้ว่าเป็น สาขาแรกที่ไม่มีแอร์ บทเรียนครั้งสำคัญกับ โอกาส ที่ไม่มีวันลืม บทเรียนครั้งสำคัญที่ลุงรงค์จำได้ไม่ลืม คือ การเปิดสาขาที่อำเภอแม่ริม ในขณะที่เปิดร้านอยู่สาขาตลาดเมืองใหม่ก็มีเจ้าของหมู่บ้าน ติดต่อมาให้ลองมาเปิดสาขาใหม่ที่ตลาดแม่ริมพลาซ่าดู ลุงรงค์ก็ลองไปเปิดสาขาที่นี่ดู ไม่เสียค่าเช่า เพราะเจ้าของให้ใช้พื้นที่เปิดร้านไปก่อน จำได้ว่าตอนนั้นเป็นช่วงฤดูหนาว ตลาดเก่าแก่แถวนั้นก็เริ่มเปิดตอนตี 4 ซึ่งเป็นตลาดที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ มักจะแวะเข้าไปซื้อของเป็นประจำอยู่แล้ว แถมยังอยู่ตรงข้ามหน้าอำเภอ คนเข้าออกอยู่ตลอดเวลา แต่มันติดตรงที่ว่าร้านของเราไปอยู่ที่ตลาดแม่ริมพลาซ่า เรียกได้ว่าแทบไม่มีคนเข้าร้านเลยด้วยซ้ำ ลุงรงค์สู้ทุกอย่าง แต่สุดท้ายกลับขายได้แค่วันละ 1,000 – 2,000 กว่าบาท พอเริ่มจะถอดใจแล้ว เฮ้ย! จะเลิกดีไม่เลิกดี สุดท้ายตัดสินใจไม่เลิก สู้ต่อดีกว่า พอนึกถึงเรื่องของสาขาสันป่าตอง สาขาแรกที่เปิด เขาก็เคยเจอมาแล้ว สิ่งที่ทำได้ตอนนี้มีอย่างเดียว คือต้องอดทน มองการณ์ไกลแบบระยะยาว และเอาประสบการณ์ที่เคยเจอมาเป็นบทเรียนให้กับตัวเอง หลายครัั้งที่จะเริ่มต้นเปิดสาขาใหม่จะเห็นว่าตลาดที่เราเคยไปทุกตลาด มักจะมีลูกค้าประจำที่แวะเวียนเข้ามาซื้อเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ลูกค้าที่เคยเข้ามาซื้อทุกวัน ถ้าเกิดว่าวันหนึ่งจะให้ย้ายมาซื้อร้านเราทันทีเลย ก็คงเป็นไปไม่ได้ ตอนนี้คงทำได้แค่รอเท่านั้น รอให้ลูกค้าเป็นคนตอบเราว่าของร้านเราดีจริง และราคาถูกหรือไม่ เวลาผ่านไปได้ไม่นาน เริ่มมีลูกค้าเข้ามาซื้อของ บ้างก็มีบิลจากโรงเรียน จากร้านอาหารส่งมาสั่งของบ้าง จากเดิมที่เคยขายได้วันละ 2,000 บาท ก็กลายเป็น 6,000 บาท ขายได้แบบนี้เป็นปี ๆ กว่าจะเริ่มตั้งตัวได้ เรียกได้ว่า “สาขาแม่ริม” เป็นสาขาที่หินมากที่สุด เพราะเป็นสาขาที่ปัญหาได้สอนอะไรหลายอย่างให้เราหลายเรื่อง แต่สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ คือ ถ้าเมื่อไรแล้วที่เราคิดจะสู้ เราก็ต้องไปให้สุดทาง และหาทางแก้ปัญหาที่กำลังเจออยู่นั้นให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ต้องลองทำ เหมือนกับประโยคที่ว่า… ไม่ว่าแมวสีไหนไม่สำคัญ ขอให้จับหนูได้ก็พอ! @lungrong.moointer Ep.2 ลุงรงค์ หมูอินเตอร์ | Key Success เชื่อว่าทำได้ #ลุงรงค์หมูอินเตอร์#Moointer #ธุรกิจ #CEO #Success ♬ เสียงต้นฉบับ – ลุงรงค์ หมูอินเตอร์