คากิพะโล้ คากิตุ๋นยาจีน เปื่อยนุ่ม ทำเองได้ที่บ้าน
คากิพะโล้ คากิตุ๋นยาจีน เปื่อยนุ่ม ทำเองได้ที่บ้าน
คากิพะโล้ และคากิตุ๋นยาจีน แม้จะเป็นเมนูที่หลายคนชื่นชอบ แต่พอได้ลองทำดูก็มักจะเจอปัญหาเรื่องเนื้อไม่เปื่อย หนังแข็ง แถมยังมีกลิ่นคาวของคากิหมูมาอีก ทั้งที่ความจริงแล้ววิธีทำคากิหมูให้เปื่อย และนุ่ม มันไม่ได้ยากอย่างที่คิด เพียงรู้วิธีการเตรียมวัตถุดิบ และคุมเวลาในการตุ๋นให้เหมาะสม เมนูที่ดูยากก็กลายเป็นเรื่องง่ายได้ทันที วันนี้เราจะพามาเปิดวิธีทำ คากิพะโล้และคากิตุ๋นยาจีน พร้อมเคล็ดลับการตุ๋นให้เปื่อยนุ่ม ทำเองได้ที่บ้าน โดยไม่ต้องพึ่งหม้อแรงดันแบบละเอียด
ทำไม คากิพะโล้ ต้มแล้วไม่เปื่อย?
ต้มคากิหมูแล้วเนื้อไม่เปื่อย ปัญหาส่วนใหญ่ที่หลายคนเจอ ทั้งหมดไม่ได้เกิดจากวัตถุดิบที่เราเลือก แต่มาจากการใช้ไฟไม่เหมาะสม รวมถึงระยะเวลาที่ใช้ในการตุ๋นไม่เพียงพอกับเมนูที่เลือกทำ เพียงแค่รู้ต้นตอของปัญหาก็ทำให้เราหาวิธีทำให้เนื้อของคากิหมู เปื่อยและนุ่มได้ไม่ยาก
- ตอนตุ๋นใช้ไฟแรงมากเกินไป
ขั้นตอนการใช้ไฟ เรียกได้ว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก เพราะถ้าคุมไฟไม่ดีเท่าที่ควร จะทำให้ผิวด้านนอกของคากิหมูสุกเร็ว แต่เนื้อด้านในยังไม่สุกและดิบ ทำให้เนื้อของคากิหมูที่ได้หนังแข็งและไม่เปื่อยแทน
- เวลาในการตุ๋นไม่มากพอ
การตุ๋นคากิหมูที่ดี ควรใช้เวลาตุ๋นอย่างน้อย 1 ชั่วโมงครึ่ง หรือ 2 ชั่วโมง เพื่อให้คอลลาเจนในเส้นเอ็นของคากิหมูคลายตัวจนนุ่ม หากใช้เวลาในการทำน้อยกว่า 1 ชั่วโมงครึ่งอาจจะทำให้เนื้อออกมาแข็ง และเหนียวได้
- ไม่ลวกคากิหมูก่อนต้มในหม้อ
วิธีการลวกคากิหมูด้วยน้ำร้อน จะช่วยล้างคราบเลือดและสิ่งสกปรกที่ติดตามคากิหมูออก เพื่อทำให้กลิ่นคาวจางลงและสะอาดก่อนนำไปตุ๋นในหม้อ เรียกได้ว่าหากข้ามขั้นตอนนี้ไป อาจจะทำให้เนื้อมีกลิ่นคาว และไม่นุ่มตามที่ต้องการ
- ไม่เคี่ยวด้วยไฟอ่อนอย่างสม่ำเสมอ
ใครว่าการเคี่ยวหลังจากที่ตุ๋นมาแล้ว ไม่สำคัญ การเคี่ยวด้วยไฟอ่อนจะช่วยทำให้ความร้อนในหม้อต้มค่อย ๆ ซึมเข้าหาเนื้อ ถ้าเกิดว่าเร่งไฟแรง หรือใช้ไฟแรงมากเกินไป จะทำให้เนื้อแข็งกระด้างทันที
- ใช้คากิหมูเก่า หรือ แช่แข็งนานเกินไป
การเลือกซื้อคากิหมูตั้งแต่แรก ไม่ควรเลือกคากิหมูที่แช่แข็งนานจนเกินไป เพราะการแช่แข็งนานเกินไป จะทำให้วัตถุดิบสูญเสียความชุ่มชื้น และเสียเวลาในการตุ๋นคากิหมูเพิ่มขึ้นจาก 2 ชั่วโมง อาจจะต้องรอตุ๋นไปถึง 1-2 ชั่วโมง
เลือกคากิหมูทำ คากิพะโล้ ยังไงให้นุ่ม เปื่อยง่าย
จะทำเมนูคากิพะโล้ หรือคากิตุ๋นยาจีน หลายคนมักจะโฟกัสไปที่ขั้นตอนการทำอย่างการตุ๋นมากกว่า จนลืมไปว่าความเปื่อยและนุ่มของคากิหมูเริ่มตั้งแต่ การเลือกวัตถุดิบ วัตถุดิบที่ดีถ้าเลือกไม่เหมาะกับเมนูที่ทำ แม้ว่าจะใช้เวลาตุ๋นนานมากแค่ไหน เนื้อที่ได้อาจจะเปื่อยไม่ตรงตามความต้องการ เพราะฉะนั้นการเลือกคากิหมูตั้งแต่ครั้งแรก จะทำให้ช่วยลดเวลาในการทำ และได้เนื้อสัมผัสที่นุ่ม เปื่อย ตรงตามความต้องการแน่นอน!
- เลือกคากิหมูที่สด เนื้อมีสีชมพูอ่อน ไม่ซีด
วิธีเลือกคากิหมูที่ดี ต้องมีผิวด้านนอกสีชมพูอ่อน ไม่ซีด และมีเส้นเอ็น หรือไขมันแทรกกำลังดี ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป เพราะเส้นเอ็น และไขมันที่แทรกจะมีคอลลาเจนอยู่ในตัว พอนำไปตุ๋นในหม้อหลายชั่วโมง จะทำให้ได้เนื้อที่เปื่อย และนุ่มกำลังดี ในทางกลับกันถ้าหั่นชิ้นที่บางเกินไป อาจจะทำให้ได้เนื้อที่แข็งแทนความนุ่ม
- ดมกลิ่นก่อนตัดสินใจซื้อ
คากิหมูที่ดีไม่ควรมีกลิ่นเหม็น หรือกลิ่นคาวมากจนเกินไป เพราะกลิ่นคาวที่แรงส่วนมากมักจะเกิดจากการเก็บรักษาแบบไม่ถูกวิธี ซึ่งตรงนี้จะทำให้ส่งผลต่อรสชาติของคากิหมูหลังที่ตุ๋นเสร็จแล้ว
- เลือกขนาดชิ้นที่ไม่เล็กและใหญ่จนเกินไป
อยากได้คากิหมูที่นุ่ม ขนาดของชิ้นก็มีผล การเลือกคากิหมูที่ชิ้นใหญ่จะทำให้ใช้เวลาตุ๋นนานมากขึ้นจากเดิมที่ตุ๋นประมาณ 2 ชั่วโมง อาจจะต้องเพิ่มไปถึง 1-2 ชั่วโมง แต่ถ้าเลือกชิ้นที่เล็กไปก็จะทำให้เนื้อเปื่อยเร็ว และแข็งกระด้างได้ง่าย เพราะฉะนั้นควรเลือกขนาดกลาง ๆ เพื่อทำให้เนื้อนุ่ม และสุกทั่วทั้งชิ้น
สูตรต้มคากิพะโล้ ให้เปื่อยนุ่ม ตุ๋นยังไงให้อร่อย
คากิพะโล้ เมนูโปรดของใครหลายคนที่ไม่ว่ากลับบ้านทีไรก็ต้องได้กินตลอด แต่จะทำยังไงให้ตุ๋นจนได้เนื้อที่เปื่อยนุ่ม แบบไม่ต้องง้อหม้ออัดแรงดัน แถมยังได้รสชาติที่อร่อย และกลมกล่อมจนหลายบ้านต้องบอกต่อ สูตรการทำนี้จะเป็นยังไงตามไปอ่านสูตรนี้กัน!
ส่วนผสมคากิพะโล้
- คากิหมู 2 กิโลกรัม
- รากผักชี 4 ราก
- กระเทียมทุบ 7 กลีบ
- พริกไทยขาวทุบ 2 ช้อนชา
- เห็ดหอม 7 ดอก
- โป๊ยกั๊ก 5 ดอก
- อบเชย 3 แท่ง
- ซีอิ๊วดำหวาน 3 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 4 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันหอย 3 ช้อนโต๊ะ
- เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลมะพร้าว 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
- ไข่ต้ม (ตามความชอบ)
- ผักคะน้าอ่อน (ตามความชอบ)
วิธีทำคากิพะโล้
- นำสามเกลอ (รากผักชี กระเทียม พริกไทย) ลงในผ้าขาวบางเตรียมไว้ก่อน จากนั้นนำโป๊ยกั๊ก และอบเชยลงไปคั่วด้วยไฟอ่อนในกระทะ จนได้กลิ่นหอม แล้วนำไปห่อรวมกับผ้าขาวบางที่เตรียมไว้ตั้งแต่แรก
- เทน้ำมันลงกระทะ ใช้ไฟกลางค่อนไปแรง ก่อนจะทอดหนังคากิหมูให้หนังตึง
- นำคากิหมูที่ทอดเสร็จแล้วลงในหม้อตุ๋น ก่อนจะเทน้ำเปล่า 2 ลิตรให้ท่วมเนื้อ ก่อนจะเร่งไฟให้แรงจนน้ำเดือด ลดไฟลงให้เหลือไฟกลางไปอ่อน ในระหว่างที่ต้มถ้ามีคราบเลือด หรือไขมันลอยขึ้นมาให้ใช้ช้อนตักฟองออก
- หลังจากนั้นปรุงรสตามความชอบ ใส่เห็ดหอมตามลงไปในหม้อ และเปลี่ยนจากไฟแรงเป็นไฟอ่อน ตุ๋นทิ้งไว้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง
- พอตุ๋นไปได้ 1 ชั่วโมง ให้ลองชิมและปรุงรสตามความชอบอีกครั้ง ถ้าไม่ปรุงเพิ่มแล้วให้ใช้ทัพพีคนคากิหมูส่วนที่อยู่ข้างบนลงมาข้างล่าง การทำแบบนี้จะช่วยทำให้เนื้อสุกทั่วทั้งชิ้น
- จากนั้นใส่ไข่ต้ม และผักคะน้าอ่อนลงในหม้อ พร้อมกับตักน้ำราดเล็กน้อย ก่อนจะปิดฝาและเคี่ยวต่ออีก 30 นาที ตักใส่ถ้วยเพียงเท่านี้ก็ได้เมนูที่แสนอร่อยแล้ว
วิธีทำคากิตุ๋นยาจีน เปื่อยนุ่ม เคล็ดลับตุ๋นไม่เละ
นอกจากคากิพะโล้ สายรักสุขภาพและคนที่กำลังมองหาเมนูทำอาหารสำหรับผู้สูงอายุที่บ้าน คากิตุ๋นยาจีน เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในเมนูที่กินง่าย และย่อยง่าย เนื้อคากิที่ผ่านการตุ๋นจนเปื่อยนุ่มจะทำให้เคี้ยวง่ายขึ้น พร้อมทั้งยังมีสมุนไพรจีนที่ช่วยเพิ่มหอม และบำรุงร่างกาย ทำให้ได้รสชาติที่อร่อย กลมกล่อมกำลังดี
แต่หลายคนอาจสงสัยว่า จะตุ๋นยังไงให้เนื้อเปื่อยนุ่มกำลังดี ไม่เละ เดี๋ยวเราจะพาไปดูวิธีทำคากิตุ๋นยาจีน พร้อมเคล็ดลับการตุ๋นให้เนื้อนุ่ม และได้ความอร่อยในหม้อเดียว
ส่วนผสมคากิตุ๋นยาจีน
- คากิหมู 1,500 กรัม
- ขิงหั่นแผ่น 4 ชิ้น
- เห็ดหอมแช่น้ำ 5 ดอก
- รากผักชี 2 ราก
- กระเทียม 5 กลีบ
- โป๊ยกั๊ก 2 ดอก
- อบเชย 1 แท่ง
- ซอสเห็ดหอม 3 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาวเห็ดหอม 2 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วดำหวาน 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะ
- เกลือ 1 ช้อนชา
วิธีทำเมนูคากิตุ๋นยาจีน
- นำสามเกลอ (รากผักชี กระเทียม พริกไทย) ลงในผ้าขาวบางเตรียมไว้ก่อน จากนั้นนำโป๊ยกั๊ก และอบเชยลงไปคั่วด้วยไฟอ่อนในกระทะ จนได้กลิ่นหอม แล้วนำไปห่อรวมกับผ้าขาวบางที่เตรียมไว้ตั้งแต่แรก
- เทน้ำมันลงกระทะ ใช้ไฟกลางค่อนไปแรง ก่อนจะทอดหนังคากิหมูให้หนังตึง
- นำคากิหมูที่ทอดเสร็จแล้วลงในหม้อตุ๋น ก่อนจะเทน้ำเปล่า 2 ลิตรให้ท่วมเนื้อ ก่อนจะเร่งไฟให้แรงจนน้ำเดือด ลดไฟลงให้เหลือไฟกลางไปอ่อน ในระหว่างที่ต้มถ้ามีคราบเลือด หรือไขมันลอยขึ้นมาให้ใช้ช้อนตักฟองออก
- หลังจากนั้นปรุงรสตามความชอบ ใส่เห็ดหอมตามลงไปในหม้อ และเปลี่ยนจากไฟแรงเป็นไฟอ่อน ตุ๋นทิ้งไว้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง
- พอตุ๋นไปได้ 1 ชั่วโมง ให้ลองชิมและปรุงรสตามความชอบอีกครั้ง ถ้าไม่ปรุงเพิ่มแล้วให้ใช้ทัพพีคนคากิหมูส่วนที่อยู่ข้างบนลงมาข้างล่าง การทำแบบนี้จะช่วยทำให้เนื้อสุกทั่วทั้งชิ้น
- จากนั้นใส่ไข่ต้ม และผักคะน้าอ่อนลงในหม้อ พร้อมกับตักน้ำราดเล็กน้อย ก่อนจะปิดฝาและเคี่ยวต่ออีก 30 นาที ตักใส่ถ้วยเพียงเท่านี้ก็ได้เมนูที่แสนอร่อยแล้ว
เคล็ดลับตุ๋นคากิพะโล้ ให้เปื่อยเร็ว เนื้อไม่เละ
- ทอดก่อนตุ๋น วิธีนี้จะทำให้หนังรัดตัว ไม่หลุด ไม่เละง่ายเวลาที่ตุ๋นนาน และช่วยรีดน้ำมันส่วนเกินในคากิหมูออก
- การหยดน้ำส้มสายชูลงไปที่คากิหมูเล็กน้อย จะช่วยทำให้เส้นใยของเนื้อคลายตัว และเปื่อยนุ่มเร็วขึ้น ทั้งที่ยังคงรสชาติเดิมที่ปรุงไว้ตั้งแต่แรก
- การแช่คากิหมูทิ้งไว้ในน้ำซุปปิดฝา และทิ้งไว้ต่ออีก 8-9 ชั่วโมง ความร้อนในหม้อจะทำให้ได้คากิที่เนื้อนุ่ม ละลายในปากและคงรูปทรงเดิมไว้
Q&A คากิพะโล้ คากิตุ๋นยาจีน ตุ๋นยังไงให้เนื้อนุ่ม เปื่อยง่าย
หลายคนน่าจะเคยลองทำเมนูคากิหมูตุ๋น แต่ลองทำหลายต่อหลายครั้งก็เกิดคำถามว่า ทำไมตุ๋นไปหลายชั่วโมง ก็ไม่ได้เนื้อที่นุ่มสักที ทำกี่ครั้งเนื้อก็เละ วันนี้เรามัดรวม 5 คำถามยอดฮิตพร้อมกับวิธีทำให้เมนูนี้อร่อยขึ้น จะมีคำถามไหนบ้าง ตามไปดูกัน!
Q: ทำไมต้มคากิหมูแล้วไม่เปื่อย
A: เกิดจากการใช้ไฟที่แรงมากเกินไป และเวลาในการตุ๋นไม่นานพอ คากิหมูตุ๋นที่ดีควรตุ๋นอย่างน้อย 2 ชั่วโมง เพื่อให้คอลลาเจนในเนื้อคลายตัวจนนุ่ม แต่ถ้าใช้ไฟแรง จะทำให้หนังด้านนอกจะสุก แต่เนื้อด้านในจะแข็งและไม่เปื่อย
Q: คากิหมูต้องตุ๋นนานกี่ชั่วโมง
A: คากิหมูควรจะใช้เวลาตุ๋นประมาณ 2-3 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับขนาดและความสดของวัตถุดิบที่ใช้ ถ้าคากิหมูมีชิ้นใหญ่หรือผ่านการแช่แข็งมาก่อน อาจจะต้องเพิ่มเวลาตุ๋นมากขึ้น เพื่อทำให้เนื้อเปื่อยนุ่มทั่วทั้งชิ้น
Q: คากิหมูต้องต้มก่อนตุ๋นไหม
A: ควรต้มก่อนลงหม้อตุ๋นประมาณ 15-20 นาที เพื่อลดกลิ่นคาว และคราบเลือดที่ติดมากับคากิหมู ขั้นตอนนี้จะช่วยทำให้น้ำซุปตอนตุ๋นใส และทำให้เนื้อคากิหมูสะอาดก่อนนำไปลงหม้อตุ๋น
Q: คากิหมูตุ๋นยังไงให้เนื้อนุ่ม แต่ไม่เละ
A: ควรตุ๋นด้วยไฟอ่อนไปเรื่อย ๆ และเลี่ยงการคนแรง ๆ ระหว่างที่คากิหมูตุ๋นอยู่ในหม้อ ทริคเล็ก ๆ ถ้าอยากให้เนื้อเปื่อยนุ่มเร็วขึ้น สามารถหยดน้ำส้มสายชูเล็กน้อย จะทำให้เส้นใยในเนื้อคลายตัว และยังคงรูปทรงเดิมของคากิหมูไว้อยู่
Q: เลือกคากิหมูยังไงให้ได้เนื้อสดใหม่
A: คากิหมูที่ดีเนื้อควรมีสีชมพูอ่อน ไม่ซีด ไม่คล้ำ ไม่มีกลิ่นแรง และมีไขมันแทรกกำลังดี ไม่ควรเลือกคากิที่แช่แข็งนานมากเกินไป เพราะคากิหมูที่ผ่านการแช่แข็ง เนื้อจะสูญเสียความชุ่มชื้น และใช้เวลาตุ๋นที่นานขึ้น
พออ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนน่าจะรู้แล้วว่า การที่จะทำให้คากิหมูเปื่อยนุ่ม ไม่ได้ขึ้นอยู่กับวิธีตุ๋นอย่างเดียวเท่านั้น แต่ทั้งหมดเริ่มจากการเลือกคากิหมู การลวกก่อนตุ๋น การคุมไฟและระยะเวลาในการตุ๋น เพียงรู้วิธีการเลือกและการทำ
คุณก็สามารถทำคากิพะโล้ให้อร่อยได้ง่าย ๆ เหมือนร้านดัง
แต่ถ้าใครพึ่งเป็นมือใหม่เข้าครัว มาทำความเข้าใจกันก่อนว่า คากิ และ ขาหมู ต่างกันยังไง เหมาะกับเมนูไหนบ้าง ตามไปอ่านได้เลย รับรองว่าจะแยกได้ทันทีว่าเมนูที่จะทำนี้เหมาะกับชิ้นส่วนไหนของหมู